Go Top

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน :

: เข้าสู่ระบบ อัตโนมัติ

การพนัน + สติ + ปัญญา เราคือนักลงทุน

จำนวนคนดู board นี้

(สมาชิก) - คน

(ผู้เยี่ยมชม) 1 คน

โพสโดย

0

โพสกระทู้ 360 ครั้ง

คอมเม้นต์ 274 ครั้ง

      ความเสแสร้งของนักวิชาการที่จะแยกแยะการลงทุนให้ฉีกขาดจากการพนัน โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นโทษมากกว่าคุณ เพราะนักพนันทั้งหลายก็คงไม่เปลี่ยนรสนิยมโดยการนำเงินทองของตนไปเสี่ยงในการลงทุนที่ต้องใช้มันสมองและเวลายาวนานเช่นนี้ ในขณะเดียวกัน นักลงทุนมือใหม่ก็จะย่ามใจและขาดความระแวดระวังภัย โดยหลอกตัวเองอย่างเป็นวิชาการว่า นี่คือ การลงทุนหาใช่การพนันไม่

      หากยอมรับตั้งแต่ต้นมือว่า การลงทุนมีส่วนผสมของการพนันปะปนอยู่ด้วย ก็จะกระตุ้นให้ผู้ลงทุนตระหนักถึง “ความเสี่ยง” ที่จะตามมาได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อถึงจุดที่ต้อง Stop Loss เพื่อป้องกันไม่ให้ผลขาดทุนลุกลามบานปลายออกไป นักลงทุนก็ยินดีที่จะลงมืออย่างทันท่วงทีเพราะตระหนักดีถึงพิษภัยของการพนัน แต่หากนักลงทุนมีมายาคติฝังลึกว่า “นี่คือ การลงทุนไม่ใช่การพนันที่น่ากลัว” การตัดสินใจ Stop Loss ก็ย่อมเนิ่นช้าออกไป และเมื่อการสูญเสียมีขนาดมากเกินกว่าจะตัดใจได้ นักลงทุนก็จะยิ่งจมลึกไปกับการขาดทุนโดยไม่อาจฝืนคืนขึ้นมาได้อีกเลย

       Stop Loss เป็นเงื่อนไขอันดับหนึ่งในการเป็นนักลงทุนที่ดี แม้แต่ Warren Buffett นักลงทุนอันดับ 1 ของโลก ก็ยังมีห้วงเวลาที่ตัดสินใจผิดพลาด หากทว่าความเหนือชั้นของ Buffett ก็คือ หากวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว ก็จะลงมือตัดขาดทุนอย่างทันที ไม่ปล่อยให้ความสูญเสียลุกลามออกไป สำหรับ นักลงทุนธรรมดาซึ่งไม่ได้มี “จิตใจที่ปลอดโปร่ง” เหมือนกับนักลงทุนชั้นเซียน ย่อมมีแนวโน้มสูงมากที่จะตกเข้าไปในหลุมพรางแห่งความลังเลที่จะ Stop Loss โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เจ็บปวดและสูญเสีย มนุษย์ก็จะหาข้ออ้างมาล่อหลอกตัวเองนับร้อยพัน ดังนั้น การเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า “การลงทุน = การพนัน + สติ + ปัญญา” ย่อมเป็นยันต์คุ้มภัยอย่างดีที่จะช่วยให้นักลงทุนมีประสิทธิภาพในการลงทุนที่ดีขึ้น

         Behavioral Economics นับเป็นสาขาใหม่ของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะการอธิบายให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่า “เหตุใดมนุษย์ที่มีเหตุมีผลในยามปกติธรรมดา จึงมักจะขาดแคลนสติปัญญา เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์แห่งความเจ็บปวดและสูญเสีย” หากทว่าจุดบกพร่องของเศรษฐศาสตรสาขานี้ก็คือ ภาวะดันทุรังที่จะแก้ไขปัญหาความบกพร่องทางจิตใจของมนุษย์ด้วยตัวยาเพียงชนิดเดียว นั่นคือ เหตุผล ดังนั้นในยามที่มนุษย์ต้องเผชิญกับภาวะกดดันหรืออคติในจิตใจ มนุษย์ก็ควรที่จะรีบเรียกสติและปัญญากลับคืนมาโดยเร็ว หากทว่ามนุษย์ส่วนใหญ่อ่อนแอเกินไปที่จะกระทำเช่นนี้ได้

         วิธีแก้ปัญหาจิตใจด้วยเครื่องมือทางจิตใจ จึงย่อมเป็นทางเลือกทีดีกว่าในโลกความจริง ดังนั้น การปลูกฝังวาทกรรมที่ว่า “การลงทุน = การพนัน + สติ + ปัญญา” ให้ซึมซ่านเข้าไปในสัญชาติญาณส่วนลึกของนักลงทุนตั้งแต่ตอนเริ่มต้น จึงเป็นเครื่องมือชั้นดีที่จะช่วยให้นักลงทุนมีสติระแวดระวังภัยและยินดีที่จะเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้

         การโฆษณาชวนเชื่อว่า “การลงทุนเป็นสิ่งที่สูงส่งศักดิ์สิทธิ์กว่าการพนัน เป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตได้รับผลตอบแทนทางการเงินที่ดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็ตาม” พิจารณาเพียงผิวเผินก็เป็นเรื่องที่ไม่เสียหายอะไร แต่หากวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งจะเห็นว่า การยกระดับการลงทุนให้เป็นสิ่งดีและสูงค่า ย่อมทำให้นักลงทุนเกิดความรู้สึกอับอายเมื่อการตัดสินใจลงทุนเกิดความผิดพลาด เฉกเช่นเดียวกับการบกพร่องในหน้าที่ นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะลังเลที่จะ Stop Loss เสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ เพราะไม่ว่าเสียมากหรือเสียน้อย การสูญเสียก็ถือเป็นความผิดพลาดที่น่าละอายยิ่ง

         ในทำนองตรงกันข้าม การพนัน คือ การดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและไม่แน่นอน ดังนั้น การเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่มีสิ่งใดให้ต้องอับอาย ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล บางครั้งการยอมแพ้อย่างสง่างาม ก็กลับได้รับคำยกย่องชมเชย ดังนั้น การที่นักลงทุนหน้าใหม่ เข้าใจถึงวิถีและจิตวิญญาณแห่งนักพนัน จึงไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย หากทว่ากลับเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นเตือนใจ

Post Time : [18/08/2014, 21.18 น.] [4732][0]